Bundesfreiwilligendienst (BFD) หรือ “โครงการอาสาสมัครแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี” เป็นโครงการอาสาสมัครที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางเยอรมนี โดยบริหารจัดการผ่านหน่วยงาน Bundesamt für Familie und zivilgesellschaftliche Aufgaben (BAFzA) ซึ่งเป็นสำนักงานของรัฐบาลกลางที่รับผิดชอบด้านกิจการครอบครัวและภาคประชาสังคม
โครงการ BFD เป็นมาตรการเชิงนโยบายด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่แห่งการอาสาสมัครในประเทศเยอรมนี และเปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศได้มีส่วนร่วมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ผ่านการปฏิบัติงานอาสาสมัครในองค์กรหลากหลายสาขา อาทิ ด้านการพยาบาล การดูแลผู้สูงอายุ การดูแลผู้พิการ การดูแลเด็กในสถานศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กีฬา วัฒนธรรม และสาขาอื่น ๆ
ในอดีต เมื่อการเกณฑ์ทหารภาคบังคับ (Wehrdienst) ยังมีผลบังคับใช้ในเยอรมนี ประชาชนบางส่วนที่ปฏิเสธการเข้ารับราชการทหารด้วยเหตุผลด้านมโนธรรม สามารถเลือกปฏิบัติหน้าที่พลเรือนทดแทนการเกณฑ์ทหาร (Zivildienst) โดยเข้าไปปฏิบัติงานในภาคสังคม เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การช่วยงานในโรงพยาบาล การดูแลผู้พิการ ตลอดจนงานด้านกู้ภัยและบริการสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม การระงับการเกณฑ์ทหาร (Die Aussetzung des Wehrdienstes) รวมถึงการยุติการปฏิบัติหน้าที่พลเรือน (Die Beendigung des Zivildienstes) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 นับเป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบสังคมของเยอรมนี เนื่องจากทำให้แรงงานในภาคสังคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ โครงการอาสาสมัครของรัฐบาลกลาง (BFD) จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการยุติระบบ Zivildienst โดยเฉพาะการทดแทนแรงงานด้านสังคมที่ขาดหายไป อีกทั้งยังมีเป้าหมายในการส่งเสริม “วัฒนธรรมการอาสาสมัคร” บนพื้นฐานของความสมัครใจ แทนระบบภาคบังคับเดิม
ระยะเวลาในการเข้าร่วมโครงการโดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 12 เดือน และสามารถขยายระยะเวลาเพิ่มได้อีก 6 เดือนรวมเป็น 18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหน่วยงานที่รับอาสาสมัคร (Einsatzstelle)
สำหรับการสมัครเข้าร่วมโครงการ BFD ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครจากประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ได้ โดยต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปี และไม่มีการกำหนดเพดานอายุสูงสุด ระหว่างเข้าร่วมโครงการ อาสาสมัครจะได้รับความคุ้มครองด้านประกันสุขภาพและประกันสังคม รวมทั้งได้รับเงินสนับสนุนรายเดือน (Taschengeld) ซึ่งไม่ถือเป็นเงินเดือน และมีจำนวนแตกต่างกันไปตามดุลยพินิจของหน่วยงานที่รับอาสาสมัคร
เมื่อสิ้นสุดโครงการ อาสาสมัครจะได้รับหนังสือรับรองการปฏิบัติงาน (Dienstzeugnis) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในระบบการทำงานของเยอรมนี และสามารถใช้ประกอบการสมัครศึกษาต่อในสายอาชีพ เช่น สาขาการพยาบาล (Pflege) หรือสาขาครูการศึกษาพิเศษด้านการดูแลผู้พิการ (Heilerziehungspflege) เป็นต้น
เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการอาสาสมัคร BFD เป็นการปฏิบัติงานจริงภายในองค์กร ผู้เข้าร่วมจึงจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารภาษาเยอรมันในระดับที่สามารถปฏิบัติงานและสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ตลอดจนผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้กฎหมายที่กำกับโครงการจะไม่ได้กำหนดระดับภาษาเยอรมันขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ องค์กรส่วนใหญ่มักกำหนดให้ผู้สมัครจากต่างประเทศมีทักษะภาษาเยอรมันอย่างน้อยระดับ B1 เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ มีเพียงบางหน่วยงานเท่านั้นที่อาจพิจารณารับผู้สมัครที่มีระดับภาษา A2 โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงานและดุลยพินิจของหน่วยงานที่รับอาสาสมัคร
มูลนิธิวัลไฮล์ม เมืองคลูเวนฮาเกน เป็นมูลนิธิคนพิการที่ครูออมเคยเข้าร่วมโครงการอาสาสมัคร Bundesfreiwilligendienst เมื่อปี 2018 - 2019 และครูออมก็ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอาสากับมูลนิธิแห่งนี้จากประเทศไทย ซึ่ง ณ ขณะกัน จะเป็นการสัมภาษณ์ผ่านทางโปรแกรม Skype
ในการเข้าร่วมโครงการอาสาสมัคร Bundesfreiwilligendienst อาสาทุกคนจะต้องเข้าร่วมงานสัมมนาทางวิชาการ เพราะเป็นส่วนบังคับของโครงการตามกฎหมายเยอรมนี และถือเป็นส่วนหนึ่งของเวลาปฏิบัติงานอาสาสมัคร เพื่อที่จะได้สร้างสัมพันธไมตรีกับเพื่อนๆ อาสาจากองค์กรอื่นๆ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การเป็นอาสา รวมถึงพัฒนาทักษะของตัวเองเพิ่มเติม จากการได้ทำกิจกรรม Workshop ต่างๆ ที่จัดโดยองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลอาสา (Träger)









เนื่องจากการจิตวิญญาณของความเป็นครู
ที่มุ่งเน้นให้ลูกศิษย์มีความรู้รอบด้าน
ทั้งด้านการเรียนภาษาเยอรมัน
และการสมัครงานในรูปแบบต่างๆ
ฉะนั้นบริการของครูออมจึงมุ่งเน้นไปที่
การเรียนการสอนภาษาเยอรมัน
การฝึกอบรมด้านการสมัครงาน
การสัมภาษณ์งาน วัฒนธรรมการทำงาน
และวัฒนธรรมที่สำคัญด้านอื่นๆ
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ
การเข้าร่วมงานอาสาสมัคร BFD
และการใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศเยอรมนี
ซึ่งในการฝึกอบรม ผู้เรียนจะมีครูออมดูแลอยู่ข้างๆ
ในฐานะครูผู้ฝึกสอน และผู้ให้คำปรึกษา
สอนแบบจับมือทำทุกขั้นตอน
ไปจนถึงวิธีการยื่นคำร้องวีซ่า BFD
เนื่องจากบทบาทที่ไม่ใช่เอเจนซี่
ครูออมจึงไม่มุ่งเน้นในเรื่องของการทำเอกสาร
และจัดหาองค์กรที่ทำอาสาให้กับผู้เรียน
โดยที่ผู้เรียนไม่ได้เรียนรู้อะไร
แต่ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการแนะแนว
รวมถึงคำแนะนำจากครูออมอย่างละเอียด
ถึงวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการอาสา BFD
ว่าสามารถติดต่อสมัครกับองค์กรไหนได้บ้าง
แล้วแต่ล่ะองค์กรมีความคาดหวังอะไรจากผู้สมัคร
เพื่อให้การสมัครไปเป็นอย่างราบรื่น
และประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง












